D. B. Cooper โจรสลัดอากาส

โจรสลัดอากาศ

“ดี.บี. คูเปอร์” D. B. Cooper มหาสลัดอากาศ โจรสลัดอากาส

โจรสลัดอากาส ดี บี คูเปอร์ เป็นนามแฝงสลัดอากาศเครื่องบินผู้โด่งดัง FBI เรียกเขา ว่า Norjak) เรื่องเกิดขึ้นในสมัยสายการบินที่ไม่มีการจับเอ็กซ์เรย์ตรวจจับตรวจสัมภาระผู้โดยสาร และไม่มีการทำประวัติผู้โดยสาร เมื่อ 24 พฤศจิกายน 1971 ที่เครื่องบินโบอิ้ง 727 ประเทศสหรัฐอเมริกา มีสลัดอากาศคนหนึ่งเลยตนเองว่า ดี บี คูเปอร์ ได้ยึดเครื่องบินพร้อมกับผู้โดยสารไว้เป็นตัวประกันบนลานบิน   9ศพปริศนา  

เขาเรียกร้องเงิน 200,000 ดอลลาร์พร้อมกับร่มชูชีพ เขาได้ไปทั้ง 2 อย่างที่ต้องการและเขาได้สั่งนักบินนำเครื่องบินขึ้นกว่าที่นักบินจะนำเครื่องบินลงจอดชายคนนั้นก็หายกลีบเมฆไปเสียแล้ว โดยเขาโดดร่มสู่ท้องฟ้าครึ้มพายุที่ความสูง 10,000 ฟุตหายไปตรงที่ใดที่หนึ่งแถบภาคกลางด้านตะวันตกของสหรัฐอย่างลอยนวลแม้การปฏิบัติการที่บ้าบิ่นจะทำให้โจรรายนี้หายสาบสูญไปแต่ผู้คนก็ยังคงติตตาม ดี บี คูเปอร์ ที่คาดว่าเขาและเงินค่าไถ่ยังคงอยู่หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นมา 9 ปี เด็กอายุแปดปีพบ เงิน 5,800 เหรียญ  themysteriousth

ในสภาพฝังอยู่ในสันทรายกลางแม่น้ำโคลัมเบียซึ่งจากหมายเลขธนบัตรและระบุตรงกับเงินค่าไถ่ของสลัดอากาศไม่มีผิดและล่าสุดในปี 2008 มีการพบร่มชูชีพที่ดี บีคูเปอร์ใช้ในเมืองเอ็บเบอร์ แต่ตัวสลัดอากาศดี บี คูเปอร์นั้นจนบัดนี้ยังไม่พบตัวมีข้อสันนิษฐานต่างๆ นาๆว่าบางทีเขาอาจจะตายจากเหตุการณ์กระโดดร่มไปแล้วก็ได้

หรือ บางทีเขาอาจเคยเป็นทหารที่มีประสบการณ์โดดร่มแต่จนบัดนี้ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของเขาหน้าที่แท้จริงไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกันแน่หรือบางทีเขาอาจมีชีวิตที่สุขสบายไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ก็เป็นไปได้เรื่องราวของดี บีคูเปอร์ส่งผลให้สายการบินจัดระเบียบใหม่และเริ่มมีการใช้เอ็กซ์เรย์ตรวจจับตรวจสัมภาระผู้โดยสารในที่สุด ชื่อของ “ดี.บี. คูเปอร์”เป็นที่แสลงหูของเจ้าหน้าที่สำนักงานสืบสวนกลาง (เอฟบีไอ)แห่งสหรัฐอเมริกามานาน 40 ปีเต็มหลังจากที่จอมโจรเหินหาวรายนี้ได้ปฏิบัติการเย้ยนรกโดดร่มลงมาจากเครื่องบินโบอิ้ง 727 ของสายการบินนอร์ธเวสต์พร้อมเงินค่าไถ่เครื่องบินจำนวน 2 แสนดอลลาร์สหรัฐ
หายไปกับสายลมและความมืด จนทำให้เอฟบีไอรู้สึกเสียหน้ากับการไล่ตามหาตัว

( ต่างจากเหตุการณ์ 911 )

ดี.บี. คูเปอร์ มาตลอด 4 ทศวรรษชื่อของ ดี.บี. คูเปอร์ปรากฏและเป็นที่สนใจของสังคมชาวอเมริกันอีกครั้งเมื่อ นางคาร์ลา คูเปอร์ได้เปิดเผยชื่อและตัวตนที่แท้จริงของจอมโจรเหินหาว ว่าเป็นคนใกล้ชิด มีศักดิ์เป็น“ลุง” ของเธอเอง คาร์ลา เปิดเผยว่าจอมโจรเหินหาวรายนี้มีชื่อจริงว่า ลินน์ ดอยล์คูเปอร์ ซึ่งครอบครัวของเธอเรียกเขาว่า “แอล.ดี. คูเปอร์”และในวันก่อนที่จะเกิดเหตุจี้เครื่องบินสายการบินนอร์ธเวสต์ 1 วันเธอเห็นลุงกำลังใช้สมาธิวางแผนลับอะไรบางอย่างโดยในเวลานั้นคาร์ลายังอยู่ในวัยเยาว์เพียง 8 ขวบ

จนในวันถัดมาเธอก็เห็นลุงแอล.ดี. คูเปอร์อีกครั้งในสภาพที่ผิดไปจากขาไปเขาได้รับบาดเจ็บ และพูดกับครอบครัวของเธอว่า “เรารวยกันแล้ว”ซึ่งในวันนั้นเองครอบครัวของเธอได้เฉลิมฉลองกันในสวนอย่างสนุกสนาโดยที่เธอยังไม่รู้เลยว่าเขาฉลองกันด้วยสาเหตุอะไร

เรื่องลึกลับของลุงแอล.ดี. คูเปอร์ ได้กลายเป็นความลับของครอบครัวคูเปอร์มาโดยตลอด จนเมื่อไม่นานมานี้พ่อแม่ของคาร์ลาได้เริ่มเปิดปากเกี่ยวกับความลับในคืนวันที่ลุงหายไปจากบ้านและกลับมาพร้อมกับบาดแผลที่ทำให้เธอแปลกใจเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก“เขาเป็นลุงของฉันจริง ๆ” คาร์ลา กล่าวถึงจอมโจรเหินหาว ดี.บี. คูเปอร์ที่ได้ปฏิบัติการเหยียบจมูกเอฟบีไอตั้งแต่การนำวัตถุระเบิดขึ้นเครื่องบินสายการบินนอร์ธเวสต์
และได้ส่งโน้ตแผ่นเล็กๆ ให้แก่แอร์โฮสเตส เพื่อให้แจ้งกัปตันว่าเครื่องบินโบอิ้ง 727ที่เดินทางจากเมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน ไปยังนครซีแอตเติล รัฐวอชิงตันอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว

ทั้งยังยื่นคำขาดต่อผู้บริหารสายการบินให้นำเงินค่าไถ่จำนวน 2แสนดอลลาร์สหรัฐ และร่มชูชีพ มาแลกเปลี่ยนเรื่องของจอมโจรเหินหาวหรือจอมโจรสลัดอากาศคนนี้กลายเป็นตำนานอมตะของชาวอเมริกันจนนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในเรื่อง Prison Breakที่มีการพูดถึงกันเนืองๆ บ้างก็อ้างว่าพบ ดี.บี.คูเปอร์ที่นั่น ที่นี่ทำให้เอฟบีไอต้องหัวปั่นในการตามหาโจรแสนสุภาพ ที่ปฏิบัติการอย่างใจเย็น
พร้อมเงินค่าไถ่ที่ถือเป็นประวัติด่างพร้อยของเอฟบีไอที่ไม่สามารถปิดคดีได้แต่น่าเสียดายที่นางคาร์ลา เปิดเผยว่าจอมโจรเหินหาว ดี.บี.คูเปอร์

เสียชีวิตแล้วเมื่อปี 2542 เหลือเพียงกีตาร์ที่มีรอยนิ้วมือของเขา
ที่เอฟบีไอรับไปด้วยความเต็มใจเพื่อพิสูจน์ลายมือและตำนานของจอมโจร
ดี.บี.คูเปอร์ ที่จะไม่มีวันตายตามไปด้วย