เทคโนโลยีลี้ลับเกี่ยวกับอากาศยานดึกดำบรรพ์ของชาวอียิปต์โบราณ

เทคโนโลยีลี้ลับเกี่ยวกับอากาศยานดึกดำบรรพ์ของชาวอียิปต์โบราณไขปริศนาเทคโนโลยีลี้ลับเกี่ยวกับการบินและยานอวกาศของดินแดน

เทคโนโลยีลี้ลับเกี่ยวกับอากาศยานดึกดำบรรพ์  “โลกใหม่” หรือ ทวีปอเมริกาทั้งกลางและใต้กันไปแล้วครั้งนี้ขอย้ายกลับมาที่โลกเก่าอย่างอารยธรรมอียิปต์โบราณกันบ้างมีนักทฤษฎีสมคบคิดส่วนหนึ่งเสนอว่า บนผนังวิหารแห่งเทพเจ้าโอซิริส (Osiris)ที่สร้างขึ้นโดยฟาโรห์เซติที่ 1 (Seti I) ในเมืองอไบดอส (Abydos) นั้นมีภาพสลักที่คล้ายกับยานอากาศล้ำยุค ดูคล้ายกับเฮลิคอปเตอร์ปรากฏอยู่ด้วยถือเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยของชาวไอยคุปต์ในยุคนั้นก็ว่าได้สำหรับวิหารแห่งเทพโอซิริสหรือวิหารแห่งเซติที่ 1 นี้ ชาวกรีกเรียกว่า“เมมนอนเนียม” (Memnonium) ตัววิหารสร้างจากหินปูนสีขาวอย่างดีส่วนกำแพงด้านนอกสร้างด้วยอิฐโคลน (Mud-Brick)
วิหารนี้ถือเป็นวิหารที่น่าประทับใจวิหารหนึ่งในดินแดนอียิปต์โครงสร้างของวิหารเป็นรูปตัวแอล (L) ประกอบไปด้วยไพลอน ลานด้านหน้า 2 ชั้น ซึ่งนำไปสู่ห้องโถงเสาไฮโปสไตล์ ถัดจากห้องโถงเสาไปก็เป็นห้องบูชาเทพเจ้าแต่น่าเสียดายที่ในปัจจุบันไพลอนและลานด้านหน้าได้เสียหายไปมากแล้ว
ภาพที่เราเห็นส่วนใหญ่ของวิหารแห่งนี้ก็จะเป็นทางเข้าสู่ห้องโถงไฮโปสไตล์ด้านใน จุดเด่นของวิหารแห่งนี้ที่น่าจะเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวก็คือ
รายพระนามฟาโรห์ 76 พระองค์ ซึ่งไล่ตั้งแต่ฟาโรห์เมเนส (Menes)ซึ่งรวมอียิปต์บน-ล่างให้เป็นหนึ่ง มาจนถึงพระนามของฟาโรห์เซติที่ 1แต่รายชื่อก็ไม่สมบูรณ์ครบถ้วน

เพราะชาวอียิปต์โบราณจงใจละเว้นรายพระนามฟาโรห์บางพระองค์เอาไว้ เช่นฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต (Hatshepsut) รวมทั้งเหล่าฟาโรห์แห่งราชวงศ์อมาร์น่า(Amarna) เช่น อัคเคนาเตน (Akhenaten) ตุตันคาเมน (Tutankhamen) และอัย (Ay)ดังนั้นใครจะไปหาชื่อฟาโรห์เหล่านี้บนผนังหายังไงก็ไม่มีทางเจอแน่นอนส่วนห้องที่ปรากฏภาพปริศนาที่ดูคล้ายเฮลิคอปเตอร์ เรือดำน้ำ ยานอวกาศ
และเครื่องบินนั้นอยู่บนคานเสาของห้องโถงไฮโปสไตล์ผู้อ่านลองดูภาพเหล่านี้ด้วยตัวเองอีกครั้งก็ได้จะขยี้ตาอีกสักทีแล้วเพ่งอีกสักสองรอบ ก็เชื่อว่ายังคงเห็นภาพสลักบนคานเสาเป็นภาพคล้ายเฮลิคอปเตอร์ เรือดำน้ำ
ยานอวกาศและเครื่องบิน

ไขปริศนาที่น่าสงสัย

ในส่วนของวิทยาการของชาวอียิปต์โบราณจะก้าวหน้าถึงขั้นสามารถสร้างพีระมิดได้ สามารถสร้างวิหารใหญ่โตและตั้งเสาที่มีขนาดสูงใหญ่ได้โดยที่คนปัจจุบันยังไม่ทราบรายละเอียดว่าพวกเขาทำอย่างนั้นได้อย่างไรแถมพวกเขายังมีความรู้ในด้านของหลักเรขาคณิตอันซับซ้อน แต่อย่างไรก็ตามจากจารึกที่พบตามผนังวิหารส่วนมากพาหนะที่ใช้ในการเดินทางในสมัยนั้นก็หนีไม่พ้นรถม้าที่สร้างจากไม้หรือเรือที่สร้างจากไม้และต้นกก แน่นอนว่าวัสดุเหล่านี้ไม่แข็งแกร่งพอที่จะนำมาสร้างเป็นอากาศยานให้ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าได้เป็นแน่ อีกทั้งยังไม่มีการค้นพบหลักฐานของเครื่องยนต์กลไกใดๆในอียิปต์โบราณอีกด้วย

นอกจากนี้ เมื่อเราสังเกตจากรูปภาพที่จารึกเอาไว้ตามผนังวิหารส่วนใหญ่ก็จะแสดงภาพของการออกรบโดยฟาโรห์จะทรงรถศึกออกไปต่อสู้กับเหล่าศัตรูต่างแดนถ้าพระองค์มีเครื่องบินหรือยานพาหนะที่ล้ำสมัยแล้ว ทำไมพระองค์ถึงไม่ขับซึ่งแท้จริงแล้วเฮลิคอปเตอร์ เรือดำน้ำ ยานอวกาศหรือเครื่องบินที่ปรากฏบนคานเสานั้นมันไม่ใช่ภาพที่ชาวอียิปต์โบราณตั้งใจสลักเอาไว้จริงๆ มันเพียงแค่ “ความบังเอิญ”ที่ลงตัวพอดีเท่านั้นเอง และเมื่อหินในบริเวณนั้นสึกกร่อนและหลุดร่อนออกไปก็ทำให้มัน “บังเอิญ” ไปเหมือนกับเฮลิคอปเตอร์ เรือดำน้ำ ยานอวกาศและเครื่องบิน ก็เท่านั้นเอง