สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าา หากมีการพูดถึงความน่าสนใจในเรื่องลึกลับ น่าติดตามที่มีคนสนใจนับล้านคนบนโลกของเรา ซึ่งมีที่ตั้งอยู่บนมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อนๆมักจะถึงอะไรกันบ้าง แน่นอนว่ามีคนที่ให้ความสนใจและอยากรู้จักและทำความเข้าใจของ ‘สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า’ อยู่ไม่น้อย ซึ่งวันนี้เราจะทำความรู้จักกับสถานที่นี้กันอีกครั้ง และไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน รายละเอียดต่างๆที่คาใจ จะได้รับคำตอบพร้อมกัน

ทำความรู้จัก สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าา

อย่างแรกทุกคนต้องทำ คือทำความรู้จักกับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าก่อน อาณาเขตนี้มีอีกชื่อเรียกหนึ่ง ว่าสามเหลี่ยมปีศาจ เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยชื่อกันบ้างแล้ว และมีการเชื่อว่าที่นี่คือสถานที่ของมนุษย์ต่างดาว หรือไม่ก็เป็นดินแดนลึกลับที่มีอยู่ ทำให้สิ่งต่างๆที่เข้าใกล้ หรือผ่านทางพื้นที่สามเหลี่ยมนี้ ถูกดูดกลืนไปยังดินแดนนี้ ซึ่งสิ่งนี้แหละกลายเป็นประเด็นที่ทุกคนอยากรู้คำตอบ ว่าแท้ที่จริงแล้วสถานที่นี้ มีความลับอะไรซ่อนอยู่ หรือจะเป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นเท่านั้น สำหรับการไขข้อสงสัยนี้ เราจะต้องรู้จักที่ตั้ง และสถานที่นี้ก่อน ว่าตั้งอยู่ที่ไหน เพราะว่าข้อมูลเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบในเรื่องนี้ด้วย โดยสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าตั้งอยู่ในหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมีการวัดขนาดของสามเหลี่ยมนี้ด้วยจุด 3 จุดต่อเนื่องกัน ทำให้มีพื้นที่จำนวน 1.2 ล้านตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว มีจุดแรกมหาสมุทรแอดแลนติกทางตะวันตก ลากยาวไปจนถึงตอนโต้ของรัฐฟลอริดา  และไปสิ้นสุดที่จุดเปอร์โตริโก โดยทั้ง 3 จุดนี้เชื่อมต่อแล้วแล้วได้รูปสามเหลี่ยมพอดี

ซึ่งสถานที่นี้มักเกิดเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น โดยหลักๆจะมีอยู่ 2 อย่างด้วยกันสองทาง คือเหตุที่เกิดบนอากาศ อย่างการขับเครื่องบินผ่านมากกว่า 100 ลำ เมื่อมาถึงจุดนี้พบว่าสูญหายโดยที่ไม่พบเจอซากใดๆ ส่วนอีกทางนั่นก็คือทางน้ำนั่นเอง โดยเฉพาะการเล่นเรือผ่านที่บริการสามเหลี่ยมนี้ มีทั้งเรือเล็กเรือใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนว่ามีกี่ลำ ก็เจอปรากกฎการณ์เช่นนี้เหมือนกัน แน่นอนว่าผู้คนที่อาศัยอยู่บนเครื่องบิน และคนที่อยู่ในเรือนับพันๆคนก็หายไปด้วย เป็นเหตุการณ์ปริศนาที่ไร้ร่องรอยที่สุด ไม่มีสิ่งไหนบ่งบอกให้เราได้ทราบอย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น และปัจจุบันที่เราอาศัยอยู่ปี 2022 ก็ยังมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆโดยที่ไม่มีคำอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ว่าเกิดจากสาเหตุใด ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ รวมถึงวิธีการป้องกันต่างๆ ก็ไม่มีใครบอกได้

และมีเหตุการณ์หนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก จากเหตุการณ์ของฝูงบิน 19 ที่ได้หายไปอย่างลึกลับที่สามเหลี่ยมนี้ โดยมีจำนวนนักบินและพลเรือนรวมกัน 14 คน หายไปด้วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก่อนเกิดเหตุเมื่อบินผ่านจุดนี้ มีการติดต่อกับศูนย์บังคับการแจ้งสถานการณ์ปกติทุกอย่าง ท้องฟ้าไม่พบเมฆ หรือว่าพายุฝนแต่อย่างใด ไม่มีอะไรบ่งบอกความผิดปกติของเหตุการณ์เหล่านี้ มีเพียงแค่การบอกแจ้งกลับไปว่าสถานการณ์ปกติ ทั้งสภาพอากาศและบนพื้นน้ำก็ไม่ได้มีคลื่นอะไรเลย และหลังจากนั้นก็หายสาบสูญไปในทันที โดยไม่มีใครที่ได้ขอความช่วยเหลือใด แต่ก็มีบางครั้งก่อนที่จะเครื่องบินจะหายไปได้บอกว่าทุกอย่างบนเครื่องไม่สามารถบังคับได้ ไม่ว่าจะเป็นเข็มทิศ หรือว่าเครื่องควบคุมและหลังจากนั้นก็พบกับแสงสว่างจ้าเข้าให้ แล้วหายไปที่บริเวณนั้น โดยที่บนพื้นน้ำและบนท้องฟ้าก็ไม่ปรากฏความผิดปกติใดๆ ยังคงนิ่งและสงบเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สามเหลี่บมเบอร์มิวด้า

สรุปทฤษฎีของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

จากเหตุการณ์ทั้งหมดเหล่านี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์พากันค้นหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ และสรุปทฤษฎีต่างออกมา โดยขอยกตัวอย่างที่น่าสนใจดังนี้

  • ทฤษฎีที่ 1 การแปรผันของสนามแม่เหล็กโลก เป็นไปได้ว่า บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเป็นบริเวณที่สนามแม่เหล็กมีความเข้มข้นสูง ทำให้เกิดการผิดพลาดในการทำงานของเครื่องวัดระดับ และเข็มทิศประจำเครื่อง เครื่องบินจึงดิ่งลงสู่มหาสมุทร ถูกดูดกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว
  • ทฤษฎีที่ 2 ประตูมิติ เป็นไปได้ว่าบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ตั้งอยู่ในจุดสมดุลของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า กับพลังของสนามแรงโน้มถ่วง ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างที่เชื่อมต่อกับอีกมิติหนึ่งในห้วงเวลาอวกาศ เมื่อวัตถุหลุดผ่านเข้าไปอีกมิติแล้ว จะไม่สามารถกลับมาได้อีก
  • ทฤษฎีที่ 3 เทคโนโลยีชั้นสูง เป็นไปได้ว่าอาจมีมนุษย์ต่างดาวหรือมนุษย์ที่อาศัยอยู่ใต้มหาสมุทรบริเวณนั้นต้องการขโมยเรือหรือเครื่องบิน และสิ่งมีชีวิตลงไปใต้มหาสมุทรเพื่อศึกษาหรือทดลองบางอย่าง ข้อสันนิษฐานนี้ก็สอดคล้องกับรายงานที่ว่า มีผู้พบเห็นจานบินลึกลับร่อนไปร่อนมาเหนือสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าอยู่หลายครั้ง
  • ทฤษฎีที่ 4 กระแสน้ำวนมหาศาล นักประดาน้ำมักจะพบเห็น”ปล่องน้ำเงิน” อยู่ตามหุบผาใต้น้ำ และแหล่งหินปะการัง ในท้องทะเลนอกฝั่งบาฮามัส มีลักษณะเป็นอุโมงค์หรือปล่องใต้ทะเล โดยทั่วไปเป็นที่อยู่ของปลาที่ไม่ค่อยได้พบกันที่ผิวน้ำ ปล่องเหล่านี้เกิดจากถ้ำหินประการังถูกกัดกร่อนด้วยกระแสน้ำใต้ทะเลมาเป็นเวลานับหมื่นปี ปล่องจำนวนมากต่างมีทางแยกออกไปในหลายทิศทาง มีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ทำให้น้ำบริเวณปากปล่องไหลวนเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการหมุนเป็นกรวยเหนือพื้นน้ำในลักษณะของวังน้ำวน ซึ่งสามารถจะดึงดูดเรือเล็กพร้อมด้วยคนบนเรือ ลงสู่ก้นอย่างรวดเร็ว
  • ทฤษฎีที่ 5 ก๊าซมีเธน นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโมนาช กรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย รายงานว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีก๊าซมีเธนอยู่ใต้ท้องทะเลเป็นจำนวนมาก จนปะทุขึ้นเหนือท้องทะเล ซึ่งก๊าซมีเธนนี้ เมื่อขยายตัวเป็นวงกว้างแล้ว ไม่ว่าวัตถุใด ๆ เคลื่อนที่ผ่าน มันก็จะดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างให้จมลงสู่ห้วงทะเลลึกอย่างรวดเร็ว
 

          โดยสองทฤษฎีที่ได้ยกตัวอย่างนี้ คือสิ่งที่มีคนเชื่อถือ และคิดว่ามีความเป็นได้มากที่สุด แต่ว่าความลึกลับนี้ยังคงมีอีกหลายๆทฤษฎีที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่เกิดตามธรรมชาติ หรือว่าจะมองไปในอีกมุมเท่านั้นเอง

 

 

เครดิต : https://themysteriousth.com

ติดตามเรื่องลี้ลับ : @UFA365v3