สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า (Bermuda Triangle)

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

สิ่งที่ไม่มีการค้นพบ

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า (Bermuda Triangle) ความอาถรรพณ์ ที่ไม่มีการค้นพบ

สิ่งที่ทำให้ย่านทะเลแห่งนี้กลายเป็นดินแดนอาถรรพ์มรณะ เนสซี
ซึ่งทำให้นักบินหรือนักเดินเรือต่างพยายามหลีกเลี่ยง
ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่ยอมผ่านเข้าไปในบริเวณนี้อย่างเด็ดขาด
อาจเป็นเพราะความเชื่อในเรื่องอันลึกลับที่เป็นข่าวอย่างไม่รู้จบระหว่างคนในระแ
วกนั้น นั่นก็คือเหตุการณ์ประหลาดๆอย่างที่ไม่น่าเชื่อ ไม่น่าจะเป็นไปได้
มักจะเกิดขึ้นกับเรือหรือเครื่องบินที่ผ่านเข้าไปในบริเวณนั้น
โดยมีเรื่องราวคร่าวๆดังต่อไปนี้
– นับตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน จากสถิติของบริษัท Lioyd’s ov London
ซึ่งเป็นบริษัทรับประกันภัยเรือเดินสมุทร พบว่านับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1963 ถึง 1973
(ราว 10 ปี) มีเรือในประกันของบริษัทจำนวน 60 ลำ รวมผู้โดยสาร 900 คน
ได้หายสาบสูญไปในบริเวณน่านน้ำเบอร์มิวด้า
– โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1967 มีเรือทะเล
เรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้หายไปอย่างลึกลับเป็นจำนวน 15 ลำ ทั้ง 15 ลำ
ไม่มีการส่งสัญญาณ “SOS” หรือส่งวิทยุขอความช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น
สิ่งที่แปลกน่าฉงน และน่ากลัวที่สุดก็คือ เรือทั้ง 15 ลำนั้นคือเป็นเรือขนาดใหญ่
มีอุปกรณ์เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยในการเดินเรือแบบทันสมัยบริบูรณ์ เช่น
วิทยุสื่อสาร เรดาร์นำร่อง โซนาร์นำร่อง การค้นหาได้กระทำกันเป็นเดือนๆ
แต่ก็ประสบผลล้มเปหลวโดยสิ้นเชิง ไม่พบสิ่งใดๆ
ไม่เหลือแม้แต่เงาและนี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่ได้มาจากบริษัทประภัยของเอกชน
ที่ต้องจ่ายประกันไปจนบริษัทแทบล้มละลาย นำมาซึ่งความงุนงง
ให้แก่ผู้ที่อยู่ข้างหลังอย่างสิ้นหวัง ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรือเหล่านั้น ลูกนาวี 900
คนหายไปไหนใครบ้างจะมีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้
– อีกหนึ่งตัวอย่างที่ว่าเป็นอาถรรพ์ของดินแดนมรณะแห่งนี้
(หรือเป็นเพียงอุบัติเหตุ) คือ การหายสาบสูญของฝูงบินขับไล่ทิ้งระเบิดนาวีสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1945 , เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ TBM ของนาวีสหรัฐฯ 1
ฝูงบิน (5 เครื่อง) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องทั้งหมด 14 นาย สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

เครื่องบินที่หายไป

ได้ออกทำการบินฝึกทิ้งระเบิดเหนือดินแดนเบอร์มิวด้า
ห่างจากฐานทัพฟอร์ทล๊อคเดอร์เดลประมาณ 225 ไมล์ และแล้วฝูงบินทั้ง 5
ลำก็หายสาบสูญ ไม่เหลือแม้แต่เงา นาวีสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินผู้ประสบภัยมาร์ติน
มารีนเนอร์ แบบ PBM (เป็นเครื่องบินน้ำ 2 เครื่องยนต์)
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำเครื่อง 13 นาย ออกตามหา 20 นาทีต่อมา PBM
ก็หายสาบสูญ
โดยขาดการติดต่อกับหอบังคับการและหายไปอย่างลึกลับเช่นกันไม่มีเหลือแม้แต่เ
งา
– ไม่ว่าจะเป็นเหตุบังเอิญ อุบัติเหตุ หรือเป็นดินแดนอาถรรพ์จริง
แนวโน้มจากสถิติการสูญหายอาจบอกเราได้ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1800 จนถึงปี
ค.ศ.1976 มีเรือและเครื่องบินหายสาบสูญไปในบริเวณเบอร์มิวด้าแล้วเป็นจำนวน
143 ราย รวมชีวิตมนุษย์เท่าที่ทราบแน่นอนเป็นจำนวน 2,101 คน
ที่ต้องสังเวยไปในดินแดนอาถรรพ์แห่งนี้
– สถิติการสูญหายมีมากที่สุดในปี ค.ศ. 1975 คิดมีการสูญสาย 11 ราย
เฉลี่ยเดือนละราย
เมื่อเปรียบเทียบความเสียหายในบริเวณนี้กับบริเวณเส้นทางเดินเรืออื่นๆแล้ว
พบว่าแถบเบอร์มิวด้าต้องเป็นดินแดนอาถรรพ์จริงๆ เพราะในน่านน้ำที่อื่นๆ
ไม่มีสถิติการสูญหายมากเท่านี้เลย