“สามเหลี่ยมพิศวง” แดนมรณะกลางทะเลกับปริศนาการหายสาบสูญ

สามเหลี่ยมพิศวง

จุดเริ่มต้นความลึกลับสามเหลี่ยมพิศวง

“สามเหลี่ยมพิศวง” แดนมรณะกลางทะเลกับปริศนาการหายสาบสูญ

ทำความรู้จักกับสามเหลี่ยมพิศวงเหตุการณ์ความลึกลับของการหายไปของเครื่องบินและเรืออย่างไร้ร่องรอยนั้นนับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวความลึกลับและเป็นปริศนาที่ผู้คนบนโลกนี้ให้ความ โจรสลัดอากาศ
สนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการหายไปในพื้นที่ของสองสามเหลี่ยมมรณะ คือ สามเหลี่ยมเมอร์มิวด้า" และ "สามเหลี่ยมมังกร"
และเรื่องราวดังกล่าวก็ยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ แม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังมีการกล่าวถึงเรื่องราวของพื้นที่อาถรรพ์นี้อยู่บ่อยครั้ง
อีกทั้งไม่นานมานี้ได้มีข่าวการหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ของเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่เอ็มเอช 370 (MH370)โดยก่อนจะมีการแถลงข่าวจากทางการประเทศมาเลเซียว่าเครื่องบินได้ถูกจี้ไปนั้นก็ได้มีการหาเหตุผลต่างๆนานาว่าเครื่องบินนั้นได้หายไปอย่างไรซึ่งหนึ่งในเหตุผลของการหายไปก็ได้มีการเชื่อมโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องความเร้นลับของ สามเหลี่ยมพิศวง นี้ด้วย

“สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า” เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในความลึกลับนี้ โดย
“สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา” (Bermuda Triangle) หรืออาจรู้จักกันในชื่อ “สามเหลี่ยมปีศาจเป็นพื้นที่สมมุติทางตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ
โดยเป็นพื้นที่เชื่อมโยงอยู่ระหว่างจุด 3 จุด ได้แก่ เกาะเปอร์โตริโก

ปลายสุดของรัฐฟลอริดาประเทศสหรัฐอเมริกาและเกาะเบอร์มิวดาดินแดนในปกครองของสหราชอาณาจักร ซึ่งตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกพื้นที่ดังกล่าวได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการหายไปของเครื่องบินและเรืออย่างลึกลับมีเรื่องราวมากมายของการหายไปของเครื่องบินและเรือในพื้นที่แห่งนี้
ซึ่งได้มีการบันทึกไว้ตั้งแต่อดีตหนึ่งในนั้นคือบทความสั้นของ จอร์จ แอกซ์. แซนด์

ซึ่งได้เขียนถึงเครื่องบินและเรือจำนวนมากที่หายสาบสูญไรวมไปถึงการหายสาบสูญและหาสาเหตุไม่ได้ ของฝูงบิน 19เครื่องบินเครื่องบินทิ้งระเบิดทีบีเอ็ม อแวงเกอร์ของกองทัพเรือสหรัฐ ในวันที่ 5
ธันวาคม พ.ศ. 2488 ที่อยู่ในระหว่างการฝึกบินในพื้นที่ดังกล่าวจนกลายมาเป็นหนึ่งในเรื่องการหายสาบสูญที่แปลกประหลาดที่สุดของประวัติศาสตร์การบิน ที่มีความเกี่ยวข้องกับสามเหลี่ยมเมอร์มิวด้าแห่งนี้

เรื่องราวที่ถูกเล่าขาน

อีกหนึ่งพื้นที่ลึกลับที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวการหายไปของเรือและเครื่องบินอย่างเป็นปริศนา คือที่ “สามเหลี่ยมมังกร” (Dragon Triangle) หรือทะเลปีศาจ (The Devil
หรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาแปซิฟิก” (Pacific Bermuda Triangle) โดยเป็นชื่อเรียกของอีกหนึ่งพื้นที่สมมุติ ที่มีเนื้อที่เป็นรูปสามเหลี่ยม
ตั้งอยู่รอบเกาะมิยากะที่ห่างออกไปประมาณ 100 กิโลเมตรจากตอนใต้ของกรุงโตเกียวกลางมหาสุมทรแปซิฟิก
ไปจรดถึงตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลฟิลิปปินส์ กล่าวกันว่า
ในแผนที่เดินทะเลของญี่ปุ่นได้กำหนดให้บริเวณนี้เป็นเขตอันตรายเพราะมีเรือและเครื่องบินหายสาบสูญในบริเวณนี้เป็นจำนวนมากซึ่งได้มีตีพิมพ์ไว้ในหนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่น ฉบับเดือนมกราคม ค.ศ. 1955
โดยได้เขียนไว้ว่า “ได้มีเรือ 9 ลำได้หายสาบสูญไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ซึ่งก่อนหน้านั้นเรือประมงขนาดเล็กอีก 7 ลำก็หายสูญหายไประหว่างเดือนเมษายน ค.ศ. 1949 จนถึงเดือนตุลาคม ค.ศ. 1953ระหว่างเกาะมิยาเกะและเกาะอิซุโอชิมะ"
แม้เรื่องราวของการหายไปอย่างไร้ร่องรอยของเครื่องบินและเรือในพื้นที่สามเหลี่ยมมังกรนั้น จะมีจำนวนน้อยกว่าสามเหลี่ยมเมอร์มิวด้าแต่ก็ได้มีข้อสันนิษฐานที่น่าสนใจ คือตำแหน่งบนแผนที่โลกของสามเหลี่ยมมังกรและสามเหลี่ยมเบอร์มิวดานั้นอยู่ในด้านที่ตรงกันข้ามกันพอดีในซีกโลกอีกด้านอีกทั้งก็ยังมีร่องลึกก้นสมุทรอยู่เช่นเดียวกันทั้ง 2 ที่ โดยสามเหลี่ยมเมอร์มิวด้านั้น
มีร่องลึกสมุทรเปอร์โตริโก ที่มีความลึกที่สุดถึง 8,605 เมตรและที่และสามเหลี่ยมมังกร มีร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา โดยมีจุดที่ลึกที่สุดลึกมากถึง 10,911 เมตร

ข้อสันนิษฐานดังกล่าวนี้จึงทำให้สามเหลี่ยมมรณะทั้งสองมีความเกี่ยวพันกันอีกหนึ่งสามเหลี่ยมมรณะที่ได้มีการกล่าวถึงและได้ถูกนำไปเชื่อมโยงเข้ากับข่าวการหายไปอย่างไร้ร่องรอยของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ในช่วงแรกก่อนที่ทางการมาเลเซียจะได้ออกมาแถลงว่าได้ถูกจี้ไปนั้น ก็คือ “สามเหลี่ยมนรก”สามเหลี่ยมมรณะแห่งใหม่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีพื้นที่บริเวณตั้งเเต่ทางตอนเหนือสุมาตรา
ไปถึงทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาเลเซียเเละบริเวณด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียวอีกทั้งได้มีการกล่าวถึงความลึกลับในบทความเมื่อ 20 ปีก่อนโดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับเดือนเมษายน 2536 ว่ามีความลึกลับไม่แพ้สามเหลี่ยมอื่นๆ

การหายไปอย่างลึกลับในพื้นที่สามเหลี่ยมนี้ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญต่างๆได้พยายามหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นซึ่งส่วนมากทำได้เพียงแค่ตั้งข้อสันนิษฐานแต่เพียงเท่านั้น
ซึ่งข้อสันนิษฐานเเต่ละข้อนั้น โดยส่วนมากจะเป็นเรื่องที่เหนือธรรมชาติเเทบทั้งสิ้นข้อสันนิษฐานที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ข้อสันนิษฐานว่าพื้นที่สามเหลี่ยมเป็นประตูมิติ โดยบริเวณที่ตั้งอยู่นั้น
ได้ตั้งอยู่ในจุดสมดุลของสนามแม่เหล็กไฟฟ้ากับพลังของสนามแรงโน้มถ่วงซึ่งทำให้เกิดช่องว่างที่เชื่อมต่อกับอีกมิติหนึ่งในห้วงเวลาอวกาศเมื่อวัตถุหลุดผ่านเข้าไปอีกมิติแล้วจะไม่สามารถกลับมาได้อีก
อีกหนึ่งข้อสันนิษฐานเหนือธรรมชาติก็คือพื้นที่สามเหลี่ยมดังกล่าวเป็นที่อยู่ของมนุษย์ต่างดาวที่ต้องการขโมยเรือหรือเครื่องบิน และสิ่งมีชีวิตไปเพื่อศึกษาหรือทดลองบางอย่าง
ข้อสันนิษฐานนี้ ได้สอดคล้องกับเรื่องที่มักมีผู้พบเห็นจานบินลึกลับบินเหนือสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าอยู่หลายครั้งถึงจะมีข้อสันนิษฐานออกมามากมายแต่ก็ยังไม่มีข้อใดที่จะสามารถอธิบายถึงปริศนาของความลักลับนี้ได้อย่างสมบูรณ์เรื่องราวการหายไปอย่างลึกลับและไร้ร่องรอยของเครื่องบินและเรือก็ยังคงเป็นปริศนาและเป็นเรื่องที่ผู้คนสนใจเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

แม้เหตุการณ์การหายไปของเที่ยวบบินเอ็มเอช 370จะไม่ได้ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องราวลึกลับนี้แล้ว
แต่การสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยไม่ว่าจะจากเหตุการณ์ใดๆก็ทำให้เกิดความเสียใจของผู้ที่ได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักที่ไม่สามารถประมูลค่าได้ และไม่ควรที่จะเกิดขึ้นอีก
ซึ่งคงได้แต่หวังว่าพวกเค้าเหล่านั้นที่ได้พลัดพรากคงปลอดภัยเพื่อรอวันที่จะพบกัน และทุกๆเหตุการณ์คงจะมีคำตอบที่สามารถอธิบายได้ในอนาคตข้างหน้า