ลายเส้นโบราณ nazca อารยธรรมที่สาบสูญแห่งเปรู ไกลออกไปยังกลางที่ราบนาซก้าแสนแห้งแล้ง ประเทศเปรู ดินแดนต้นกำเนิดอารยธรรมโบราณอย่างจักรวรรดิอินคา ยังมีภาพวาดลายเส้นปริศนาขนาดมหึมา ชื่อว่า ภาพลายเส้นนาซก้า (Nazca) สัญลักษณ์รูปวาดหลากหลายชนิดที่ทุกวันนี้ยังไม่มีใครหาคำตอบได้ว่าสร้างไว้เพื่ออะไร?

ภาพลายเส้นเหล่านี้ สันนิษฐานว่ารังสรรค์โดยชาวนาซก้าที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนนี้มาก่อน (ก่อนยุคอาณาจักรอินคา) ชาวนาซก้าเชื่อและนับถือบูชาพระเจ้าหลายองค์ เช่น ภูเขา ทะเล ท้องฟ้า ดิน ไฟ และน้ำเชื่อเรื่องหลังความตาย พวกเขามีวิทยาการหลายอย่างที่ล้ำสมัยในยุคนั้น เช่นรู้จักระบบชลประทาน การสร้างพีระมิด การทำมัมมี่ (คล้ายๆ กับของอียิปต์) แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือพวกเขาไม่ได้ทิ้งหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับเส้นนาซก้าแต่อย่างใดเลย ว่าเหตุใดจึงต้องสลักลายเหล่านี้ไว้บนผืนโลก

ลายเส้นโบราณ nazca
ลายเส้นโบราณ nazca

ลายเส้นโบราณ Nazca Lines คืออะไร?

ลายเส้นนาซก้า หรือ Nazca Lines อยู่บนทะเลทรายนาซก้า ระหว่างเมืองนาซก้ากับเมืองปัลปา ทางตอนใต้ของประเทศเปรู ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2537 กินอาณาเขตกว่า 80 กิโลเมตร มีหลายหลายรูปแบบกว่า 300 ภาพ ตั้งแต่ภาพวาดทรงเรขาคณิตแบบง่ายๆ เช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม ภาพสัตว์ เช่นนก ปลา ลิง ภาพต้นไม้ ดอกไม้ ไปจนถึงมนุษย์ (อวกาศ)  คาดว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปีแล้ว (ประมาณ 200 ปีก่อนคริสตกาลถึงประมาณปี ค.ศ. 500) ภาพที่ใหญ่ที่สุดนั้นยาวกว่า 200 เมตร

ภาพลายเส้นเหล่านี้ สันนิษฐานว่ารังสรรค์ โดยชาวนาซก้า ที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนนี้มาก่อน (ก่อนยุคอาณาจักรอินคา) ชาวนาซก้าเชื่อ และนับถือบูชาพระเจ้าหลายองค์ เช่น ภูเขา ทะเล ท้องฟ้า ดิน ไฟ และน้ำ เชื่อเรื่องหลังความตาย พวกเขามีวิทยาการหลายอย่างที่ล้ำสมัยในยุคนั้น เช่น รู้จักระบบชลประทาน การสร้างพีระมิด การทำมัมมี่ (คล้ายๆ กับของอียิปต์) แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ พวกเขาไม่ได้ทิ้งหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับเส้นนาซก้าแต่อย่างใด ว่าเหตุใดจึงต้องสลักลายเหล่านี้ไว้บนผืนโลก

นั้นทำขึ้นแบบง่ายๆ ด้วยการวัด และคำนวนแนวเส้นที่ต้องการวาด แล้วค่อยๆ ไถเกลี่ยผิวดิน แยกก้อนหินไปด้านข้างตามแนวที่คำนวนไว้ ซึ่งชั้นดินของที่ราบนาซก้านั้นผิวดินด้านบนจะมีสีเข้มกว่า เมื่อเกลี่ยชั้นผิวดิน และหินออกไปแล้วจึงจะพบชั้นดินที่เป็นสีอ่อน เมื่อมีสีที่ตัดกันเช่นนี้เอง จึงทำให้สามารถมองเห็นลายเส้นได้ชัดโดยไม่ต้องขุดดินให้ลึกเลย และเนื่องจากพื้นที่นี้มีความแห้งแล้งตลอดปี ไม่มีลม ปริมาณน้ำฝนน้อย (ประมาณ 20 นาทีต่อปี) จึงทำให้เส้นนาซก้าแทบจะไม่เลือนลางเลย แม้เวลาจะผ่านมากว่า 2,000 ปีแล้ว (แม้แต่รอยล้อรถธรรมดาของกลุ่มนักสำรวจก็ยังคงอยู่ชัดเจน)

ลายเส้นนาซก้าถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1553 แต่ ณ ขณะนั้นถูกคิดว่าเป็นเพียงถนนเท่านั้น กระทั่งถูกมองเห็นจากเครื่องบินด้วยความบังเอิญ ในปี 1940 โดยนักโบราณคดี Paul Kosok ที่เดินทางมาเพื่อศึกษาระบบชลประทานโบราณ ขณะที่เครื่องบินกำลังบินผ่านที่ราบนาซก้าเขาสังเกตเห็นว่า มีลายเส้นที่รูปร่างคล้ายนก เมื่อถึงพื้นดินจึงเริ่มมีการศึกษาเส้นเหล่านี้อย่างจริงจัง

ลายเส้นโบราณ nazca

ทฤษฎีของการสร้างลายเส้นนาซก้า nazca lines

 มีหลากหลายทฤษฎีที่พยายามอธิบายเหตุผลของการเพียรพยายาม สร้างภาพลายเส้นที่ดูแล้วกินเวลานานเสียเหลือเกิน ทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้างได้แก่

  • เป็นปฏิทินทางดาราศาสตร์ แผนที่ของระบบดวงดาวบนท้องฟ้า
  • เป็นแผนที่บอกเส้นทางการไหลของน้ำบาดาล เพราะภาพนาซก้าเองก็มีส่วนเชื่อมโยงกับระบบชลประทานของบริเวณนี้เช่นกัน ที่ชาวนาซก้าจะใช้วิธีขุดเจาะเพื่อหาแหล่งน้ำใต้ดิน
  • เพื่อบูชา และประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อทางศาสนา
  • เพื่อบอกเรื่องราว ติดต่อกับสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า เช่น เทพเจ้า มนุษย์ต่างดาว

    ท้ายที่สุดแล้ว ชาวนาซก้าไม่ได้ทิ้งสิ่งใดที่เป็นการบ่งบอกเหตุผลทั้งสิ้น ราวกับว่าพวกเขาหายไปเฉยๆ กันเสียอย่างนั้น ทิ้งความลับไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษาหาคำตอบกันต่อไปจนถึงทุกวันนี้

 

 

เครดิต : https://themysteriousth.com

ติดตามเรื่องลี้ลับ : @UFA365v3