ตำนานนางเงือก

ในอดีตการเล่าขาน ตำนานนางเงือก ส่วนมากจะคล้ายๆกันคือสาวน้อยที่โผล่พ้นน้ำด้วยท่อนบนเปลือยเปล่าแต่ท่อนล่างที่อยู่ใต้น้ำนั้นเป็นปลาในวรรณคดีไทยก็กล่าวถึงเงือกไว้ว่าเป็นสาวงามที่สวยสะอาด ท่อนบนเป็นมนุษย์ท่อนร่างเป็นปลามีประทุมถันอวบและที่สำคัญเป็นเอกของเรื่องพระอภัยมณีเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมดและกำเนิดสุดสาครตัวเอกของเรื่อง

 เงือกเป็นปริศนาเล้นลับหลายศรรตวรรษที่ผ่านมามีเรื่องเล่าขานกันว่าถ้าบนบกมีสัตว์ที่ครึ่งคนครึ่งม้า (เซนทอร์) ในน้ำก็ต้องมีครึ่งคนครึ่งปลา ข้อสรุปนี้อาจเป็นสมมุติฐานที่เลื่อนลอยแต่เราเคยพบปลารูปร่างหน้าตาเหมือนหมู แต่ไม่ได้หมายความว่าในน้ำมีหมูอยู่จริง

ตามตำนานเกี่ยวกับเงือกนั้น กล่าวไว้ว่า เทพโอนเน่ส์เทพเจ้าแห่งท้องน้ำเทพเจ้าแห่งแสงสว่างและสติปัญญามีบุตรสาว และบุตรชาย ที่มีรูปร่างคล้ายปลา ให้ดูแลท้องน้ำในมหาสมุทรและปกครองทะเลทั้งหมด เรื่องนึงที่น่าประหลาดเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1608 มีคนพบคนครึ่งปลากลุ่มใหญ่ออกมาปิดปากถ้ำที่แถบชายฝั่ง เนื่องจากเรือหลายลำได้รับคำสั่งให้ไปจับคนนอกศาสนาหรือเหล่าเพแกนมาทำโทษและจัดการฆ่าทิ้งศพลงทะเล เหตุการณ์นี้ยังเป็นที่งุนงงมาถึงปัจจุบันว่าจริงหรือไม่

ตำนานนางเงือก

ตำนานนางเงือก ในประเทศไทย

เงือกในประเทศไทย ถูกกล่าวขานาตั้งแต่สมัยอดีต ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย แต่เป็นเงือกที่ได้รับความนิยม และกล่าวขวัญกันมากที่สุดก็คือ เงือกในวรรณคดีของ สุนทรภู่ เรื่อง พระอภัยมณี ที่นางเงือก (เงือกสาว) และเงือกตายาย ช่วยพาพระอภัยมณีหนีจาก ผีเสื้อสมุทรได้จนสำเร็จ และนางเงือกได้เป็นชายาของพระอภัยมณี จนมีโอรสด้วยกัน 1 องค์ ชื่อว่า สุดสาคร

งู กับ เงือก คือคำเดียวกัน คำนี้ใช้มาเรื่อยจนกระทั่งเวลาผ่านมานับร้อยปี ถึงยุค ลิลิตพระลอ นักวรรณคดียังถกเถียงกันไม่จบว่าแต่งในแผ่นดินกษัตริย์องค์ใดกันแน่ แต่ก็ลงความเห็นตรงกันว่าเป็นยุคก่อนสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ในเรื่องนี้ เงือกกลายเป็นอะไรอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่งูอีกต่อไป อ่านแล้วคิดว่าเป็นผีน้ำประเภทหนึ่ง คล้ายๆคนเช่นมีผมยาว มีดวงตาโตกลอกไปมาได้ดูน่ากลัว เมื่อใครลงเล่นน้ำเงือกก็เอาผมพันรัดคอแล้วฉุดลงไปใต้น้ำจนจมน้ำตาย เพื่อเอาไปกินหรือแค่ทำให้ตายอย่างเดียว เรื่องนี้ไม่ได้แจกแจง มีอยู่ในตอนนางรื่นนางโรยไปหาปู่เจ้าสมิงพรายที่ภูเขาซึ่งปู่เจ้าสถิตย์อยู่ ผ่านป่าเชิงเขาเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย นางก็ขวัญหนีดีฝ่อตามประสาชาววังไม่เคยเห็นป่า

สาวครึ่งคนครึ่งปลามีอีกคำหนึ่ง คือ “นางมัจฉา” แต่ก็ไม่ติดปากคนเท่ากับคำว่าเงือก อย่างนางสุพรรณมัจฉาใน รามเกียรติ์ เป็นลูกสาวทศกัณฐ์ตอนแปลงกายเป็นปลา ไปสมสู่กับนางปลา เกิดลูกออกมาเป็นหญิงสาวครึ่งคนครึ่งปลา ชื่อนางสุพรรณมัจฉา ในที่สุดก็ได้กับหนุมาน แล้วมีลูกด้วยกันคนหนึ่งคือมัจฉานุ ตัวเป็นลิงแต่หางเป็นปลา หลังจากคลอดลูกแล้วบทบาทของนางก็หายไปนิทานพื้นบ้านโรมันบอกว่าเศษไม้จากซากเรือรบที่ถูกเผาวอดในสงครามกรุงทรอย กลายสภาพเป็นเลือดเนื้อและเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตคือเงือก

หลักฐานการพบเงือก ตำนานนางเงือกในที่ต่างๆ

ในส่วนตำนานของ “กรีก” เชื่อว่าต้นตระกูลเงือกคือ ไตรตอน ซึ่งเป็นลูกของ โพเซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเล กับพรายน้ำสาวตนหนึ่ง ผู้คนมักจินตนาการว่าไตรตอนมีหางเป็นปลา ไว้หนวดเครายาว ทรงอำนาจในท้องทะเลเหมือนพ่อ ไตรตอนอาศัยอยู่ในปราสาททองคำที่ซ่อนตัวอยู่ก้นทะเล มีตรีศูล (ฉมวกสามง่าม) เป็นอาวุธ คอยเป่าแตรหอยสังข์เพื่อควบคุมทะเลให้สงบหรือบ้าคลั่ง ไตรตอนจึงมีสมญาว่า นักเป่าแตรแห่งท้องทะเล หลังจากนั้นว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรลัดเลาะชายฝั่งมาดูตำนานเรื่องเล่า นางเงือก แถบฝั่งเอเชียกันบ้าง

ในส่วนของ “ญี่ปุ่น” ก็มีตำนานเรื่องเล่ากันว่า ในสมัยโบราณมีชาวประมงอาศัยอยู่กับลูกๆชายหญิงสามคนที่ริมทะเลสาปบิวะ อยู่มาวันหนึ่งเขาออกไปหาปลาแต่จับนางเงือกได้ นางเงือกร้องขอชีวิตให้ปล่อยลงน้ำก่อนที่จะแห้งตาย แต่ชาวประมงไม่สนใจใยดีกับคำร้องขอนั้นปล่อยให้นางเงือกขาดใจตาย ชาวประมงได้แล่เนื้อของนางหมักเกลือไว้เพื่อใช้เป็นเหยื่อปลา ต่อมาวันหนึ่งลูกของเขาเจอถังหมักเนื้อเงือกแต่พวกเด็กๆไม่รู้ว่าเป็นเนื้อเงือกเลยกินกันเข้าไปจนหมดถัง หลังจากนั้นก็เกิดเกล็ดปลาขึ้นตามตัวอย่างรวดเร็วขณะที่ขาทั้งสองก็กลายสภาพเป็นครีบพวกเด็กๆเจ็บปวดและกระหายน้ำอย่างรุนแรงไม่ผิดกับที่เงือกเคยร้องขอชีวิตจากชาวประมงผู้เป็นพ่อ เมื่อพ่อกับมาเห็นลูกๆนอนแห้งตายรู้สึกเศร้าเสียใจและสำนึกในบาป เขาจึงออกบวชเพื่ออุทิศบุญให้ลูกและนางเงือกที่ตายเพราะเขา

เครดิต : themysteriousth.com

ติดตามเรื่องลี้ลับ : @UFA365v3