ซากเรืออังกฤษ

ซากเรืออังกฤษ เรือสำรวจของอังกฤษที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเซอร์จอห์น แฟรงคลิน ซึ่งหายสาบสูญหลังออกเดินทางเมื่อ 170 ปีก่อน ถูกพบจมอยู่ใต้น้ำตั้งแต่เมื่อปี 2016 โดยหน่วยงานของรัฐบาลแคนาดา ล่าสุด อุทยานแห่งชาติของแคนาดาเผยแพร่คลิปการสำรวจซากเรือใต้น้ำซึ่งแสดงให้เห็นถึงสภาพเรือที่จมอยู่นานนับร้อยปียังมีสิ่งของต่างๆ ตั้งอยู่ในจุดเดิมบนชั้นวางหรือห้องพักลูกเรือ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 รัฐบาลแคนาดาค้นพบซากเรือเอชเอ็มเอส เทอร์เรอร์ (H.M.S. Terror) หนึ่งในเรือสำรวจของอังกฤษที่ออกสำรวจมหาสมุทรเมื่อประมาณทศวรรษที่ 1840 ขณะที่เรือเอชเอ็มเอส เอเรบัส (H.M.S. Erebus) เรืออีกหนึ่งลำที่ร่วมปฏิบัติการครั้งเดียวกันถูกค้นพบประมาณ 2 ปีก่อนหน้านั้น

เอชเอ็มเอส เทอร์เรอร์ (H.M.S. Terror) และเอชเอ็มเอส เอเรบัส (H.M.S. Erebus) ออกปฏิบัติการสำรวจเส้นทางพร้อมลูกเรือกว่าร้อยราย พอล วัตสัน ผู้สื่อข่าวและนักเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางสำรวจทางเรือชื่อ “Ice Ghosts” เผยว่า เรือออกสำรวจมหาสมุทรเพื่อค้นหาเส้นทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือที่ย่นระยะการเดินทางไปอินเดียและจีน เรือออกเดินทางจากอังกฤษประมาณเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1845 ภายใต้การควบคุมของเซอร์ จอห์น แฟรงคลิน (Sir John Franklin) นักสำรวจคนดัง แต่ไม่มีใครพบเรือทั้งสองอีกเลยกระทั่งการค้นพบซากเรือโดยรัฐบาลแคนาดาเมื่อประมาณปี 2014 และ 2016

นักวิจัยเชื่อว่าคณะสำรวจเดินทางไปถึงกลุ่มเกาะอาร์กติกแคนาดา (Canadian Arctic Archipelago) ก่อนที่จะมาติดในทะเลที่แข็งตัวเป็นน้ำแข็งใกล้เกาะ King William ราวเดือนกันยายน ค.ศ. 1846 เชื่อว่าแฟรงคลิน เสียชีวิตในปีต่อมา

ซากเรืออังกฤษ จึงจัดภารกิจค้นหาอย่างเต็มรูปแบบ

ในปีค.ศ. 1850 กองทัพเรืออังกฤษจึงจัดภารกิจค้นหาอย่างเต็มรูปแบบ แต่ร่องรอยของเรือทั้งสองก็มีให้สืบเสาะไม่มากนัก จนกระทั่งพบบันทึกที่เรียกกันว่า “Victory Point Note” ในปี 1859 พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งแคนาดา อธิบายว่า บันทึกนี้มีลายมืออยู่สองจุด จุดหนึ่งพบลายเซ็นของแฟรงคลิน ลงวันที่ 1847 ในบันทึกบ่งบอกรายละเอียดความคืบหน้าของการสำรวจ พร้อมลงท้ายว่า “เป็นไปได้ด้วยดี”

ขณะที่อีกจุดหนึ่งเขียนในเดือนเมษายน ค.ศ. 1848 รายงานว่า แฟรงคลิน และอีก 24 รายเสียชีวิต ขณะที่เรือที่ออกสำรวจก็ติดในทะเลน้ำแข็งนานถึง 19 เดือนเพื่อศึกษาและค้นหาคำตอบเกี่ยวกับการสำรวจครั้งนี้ ทีมนักวิจัยและชนพื้นเมืองในแถบนั้นร่วมมือกันสำรวจซาก และในวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทีมจัดชุดศึกษาใต้น้ำลงไปเก็บภาพสภาพซากเรือเทอร์เรอร์ เพื่อศึกษาสภาพและสร้างแผนที่ 3 มิติของซากเรือ ภาพสภาพซากเรือนี้ถูกนำมาเผยแพร่ในยูทูบช่องของกรมอุทยานแคนาดา

ภาพที่เก็บได้ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มาจากอุปกรณ์ควบคุมทางไกล ภาพที่เก็บได้ค่อนข้างคมชัด และสามารถฉายภาพพื้นที่ส่วนล่างของเรือได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรวมถึงที่พักของกัปตันเรือที่อยู่ในสภาพค่อนข้างดี คาดว่ามาจากอุณหภูมิของน้ำที่เย็นจัด แสงเข้าถึงน้อย และมีโคลนจับจึงรักษาสภาพสิ่งของเอาไว้ได้

จากสภาพที่เห็นทำให้ทีมวิจัยระบุในแถลงการณ์ว่า พวกเขาเชื่อว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะพบเอกสารบันทึกอยู่ในซากเรือ หากพิจารณาจากเครื่องประดับและสิ่งของที่อยู่ในเรือยังคงอยู่ที่เดิม ลิ้นชักก็ปิดและหลายจุดก็ถูกฝังในโคลน ซึ่งเป็นสภาพที่ทำให้เห็นแนวโน้มที่เอกสารในชั้นเก็บของต่างๆ จะเหลือรอดในสภาพที่อ่านได้ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารอะไรก็ตาม ข้อมูลที่อยู่ในนั้นถือเป็นขุมทรัพย์ในแง่เบาะแสสำหรับการศึกษาชะตากรรมการสำรวจของจอห์น แฟรงคลิน

ซากเรือและคำสาปปริศนา

ข้ามฟากไปยังประเทศอังกฤษสักหน่อย เรือ HMS Wasp สร้างขึ้นในปี 1880 เพื่อการประมงและการตรวจสอบประภาคาร และยังเป็นเรือที่ปลัดอำเภอใช้แล่นไปเพื่อตรวจสอบตามสถานที่ต่างๆ ด้วย เรือ Wasp ลำนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเดอร์รี่ และมักจะแวะเวียนไปที่ท่าเรือพร้อมกับเรือน้องสาวอย่าง HMS Valiant 

ในวันที่ 21 กันยายน 1884 เรือ Wasp ได้ถูกกำหนดให้เดินทางไปยังโมวิลล์เพื่อรวบรวมเหล่าปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ เพื่อไปทำหน้าที่บนเกาะอินนิสทราฮัล เส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางที่ดีและปลอดภัย น่าเสียดายที่โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นไม่นานหลังจากนั้น เพราะตอนเวลา 3:45 น. เรือ Wasp กระแทกหินที่เกาะทอรี่ก่อนที่มันจะจมลงน้ำภายใน 30 นาที จากเหตุการณ์นั้นพบว่ามีลูกเรือ 50 คนเสียชีวิต เหลือรอดเพียงแค่ 6 คนเท่านั้น

จากคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตคนหนึ่งระบุว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วในขณะที่เรือเข้าใกล้เกาะทอรี่ เธอรอดชีวิตเพราะตั้งใจพาตัวเองไปตามแสงสว่างที่สาดส่องมาจากเกาะ คนส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าอุบัติเหตุนั้นแปลกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรือชนโขดหินด้านล่างประภาคาร ทั้งที่น้ำสงบ อากาศก็ดี แถมยังมีแสงสว่างส่องจากเกาะทอรี่หลังเรือจมด้วย 

มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไปว่า “แสงนั้นคือแสงที่เรือ Wasp กำลังเข้าหาเกาะหรือไม่” บางคนเชื่อว่าแสงไฟดับลงโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันเรือลำนี้จากการนำปลัดอำเภอมาที่เกาะ หลายคนอ้างว่านี่เป็นคำสาปแช่งของเกาะทอรี่ อย่างไรก็ตามมันยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้ กองทัพเรืออังกฤษไม่ได้ให้เบาะแสใดๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ผิดพลาด และการจมของเรือ HMS Wasp ยังคงเต็มไปด้วยความลึกลับ

 

 

เครดิต : https://themysteriousth.com

ติดตามเรื่องลี้ลับ : @UFA365v3